วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

การประกวดวงโยธวาทิตนานาชาติ ( 1st Thailand International Marching Band Competition 2010)



รายงานผลการดำเนินโครงการ

การประกวดวงโยธวาทิตนานาชาติ

วันที่ 3 กันยายน 2553 ที่ สนามศุภชลาศัย ภายในบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ นายธีระวัฒน์ ศิริวันสาณฑ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดวงโยธวาทิตระดับนานาชาติ ( 1st Thailand International Marching Band Competition 2010) โดยมีนายสมบัติ คุรุพันธ์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวรายงาน

สำหรับการประกวดครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีวงโยธวาทิตจากนานาชาติเข้าร่วมประกวด โดยได้รับการรับรองจากสมาคมวงโยธวาทิตโลก (World Association of Marching Show Band หรือ WAMSB) และสมาคมวงโยธวาทิตเอเชียแปซิฟิค (Asia Pacific Bands Association หรือ APBA) มีวงที่เข้าประกวดรวมทั้งสิ้นจำนวน 26 วง โดยเป็นวงจากมาเลเซีย 1 วง จากอินโดนีเซีย 1 วง จากฮ่องกง 6 วง และจากประเทศไทย 18 วง โดยมีการแข่งขันทั้งสิ้น 3 ประเภท คือ ประเภทดนตรีสนาม ประเภทการประชันการตีกลอง และประเภทการเดินขบวนพาเหรด ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ คณะกรรมการจัดการประกวดได้เชิญผู้ตัดสินและผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรีจากหน่วย งานต่างๆ ตลอดจนสถาบันการดนตรีชั้นนำจากประเทศต่างๆ มาร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน

โดยพิธีเปิดเริ่มจากการประกวด STREET PARADE จำนวน 23 วง ณ บริเวณถนนพระราม 1 แล้ววงโยธวาทิตที่เข้าประกวดร่วมอัญเชิญริ้วขบวนธงชาติ ธงเฉลิมพระเกียรติพร้อมถ้วยรางวัลเข้าสู่สนามศุภชลาศัย จากนั้นอธิบดีกรมพลศึกษากล่าวรายงานแก่ประธานในพิธี ประธานให้โอวาทพร้อมเปิดพิธี และมอบรางวัลทีมที่ชนะการประกวดการเดินขบวนพาเหรด(STREET PARADE) ส่วนทีมที่ชนะการประกวดการเดินขบวนพาเหรด(STREET PARADE) ชนะเลิศได้แก่ทีมรัตนโกสินสมโภช จากประเทศไทย รองชนะเลิศได้แก่ทีมเทคโนโลยี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากประเทศไทย และที่ 3 ได้แก่ทีมนันหวา จากประเทศมาเลเซีย จากนั้นแขกผู้มีเกียรติร่วมชมการแสดงโชว์ ประชันการตีกลอง(DRUM BATTLE)ซึ่งมีทีมตัวแทนจากทั้ง 4 คือไทย มาเลเซีย อินโดนีเซียและฮ่องกงร่วมแสดงโชว์ ท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของแขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าชม การประกวดวงโยธวาทิตนานาชาติ จะทำการแข่งขันในระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2553 เริ่มตั้งแต่เวลา 16.30 น. ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ที่ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ เปิดให้เข้าชมฟรี

อ้างอิง จาก เว็บไซต์ กรมพลศึกษา http://www.osrd.go.th/news/preview.php?mode=1&news=NTMwOTAwMDAwMDA4JjUxMDkwMDAwMDAwMg==

STREET PARADE RESULT (ประกาศผลรางวัล)

RATTANAKOSIN SOMPOJ – Thailand

(โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช ประเทศไทย

CHAMPION

(รางวัลชนะเลิศ)

Northeastern Technology – Thailand

มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือประเทศไทย

1st Runner Up

(รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1)

Nan Hwa – Malaysia

นัน หวา มาเลเซีย

2nd Runner Up

(รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 )

รางวัลประเภทเหรียญเงินและเหรียญทองแดง

โรงเรียนนางรอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 ได้รับรางวัลเหรียญเงิน จากการแข่งขันวงโยธวาทิตนานาชาติรายการ1st THAILAND INTERNATIONAL MARCHING BAND COMPETITION 2010 ระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2553 ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ โดยนายธีระวัฒน์ ศิริวันสาณฑ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิด มีวงโยธวาทิตเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 26 วง มีผู้เข้าร่วมประกวดจำนวน 1,372 คน จากไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง อินโดนีเซีย โดยทุกวงได้รับรางวัลจากการแข่งขันในระดับชาติและระดับโลกมาแล้วยกเว้น โรงเรียนนางรองเป็นวงเดียวที่ไม่มีรางวัลระดับชาติและระดับโลก

นายสิงหา สื่อกลาง ผู้ควบคุมวงโยธวาทิต “spirit of Nangrong” โรงเรียนนางรอง และคณะผู้ควบคุมวง รวมถึงสมาชิกในวงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้า ร่วมการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายเพื่อหาประสบการณ์และพัฒนาฝีมือ เมื่อได้รับรางวัลเหรียญเงินทำให้ทุกคนดีใจและภูมิใจ

ทั้งนี้วงโยธวาทิตโรงเรียนนางรองได้มีการพัฒนาฝีมือและยกระดับการเล่นมา อย่างต่อเนื่อง จากวงแบนด์ธรรมดาสู่การเป็นวงโยธวาทิตระดับสากล ผู้ควบคุมวงทุกคนมีเจตนารมณ์แน่วแน่จะพัฒนาสู่ความเป็นมืออาชีพ สร้างภูมิใจแก่นักเรียน โรงเรียน ผู้ปกครองและผู้สนับสนุน ให้สมกับที่โรงเรียนนางรองเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล

ในการจัดการแข่งขัน1st THAILAND INTERNATIONAL MARCHING BAND COMPETITION 2010 ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์โยธวาทิตโลก ใช้กติกาสากลในการตัดสิน และช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ดำเนินการถ่ายทอดสดพิธีเปิดการแข่งขันเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2553 โดยมีการแข่งขันทั้งสิ้น 3 ประเภท คือ ประเภทดนตรีสนาม (Marching Display Band) ประเภทการประชันการตีกลอง (Drum Battle) และประเภทการเดินขบวนพาเหรด (Street Parade)

จากตารางแข่งขันจะเห็นได้ว่าวง “spirit of Nangrong” โรงเรียนนางรอง เริ่มประกวดแข่งขัน ในวันที่ 3 กันยายน 2553 เวลา 13.00 ณ ถนนพระราม 1

อ้างอิงจากเว็บไซต์ http://www.thaimarchingband.org/

จากตารางแข่งขันจะเห็นได้ว่าวง “spirit of Nangrong” โรงเรียนนางรอง จับฉลากอยู่ในกลุ่มสาย B ซึ่งมีวงดนตรีจากโรงเรียนชื่อดัง และฝีมือจัดว่าเยี่ยมยอด ได้แก่ วง นัน หวา (Nan Hwa) จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งลงแข่งขันเกือบทุกรายการและรับการสนับสนุนจากท่านสุลต่านมาเลเซียเป็นอย่างดี อีกวงบลูสกายเร็จจิเม้น (Blue Sky Regiment) ประเทศฮ่องกง และวงอื่นๆก็ ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เช่น โรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา โรงเรียนวัดนวลนรดิษฐ์ กรุงเทพฯ โรงเรียนมัธยมด่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ

โดยสรุปแล้ว ในรายการแข่งขันประเภทstreet prade นั้นลงแข่งขันกัน 4 สาย 19 วง และเราได้รับรางวัลในระดับเหรียญเงินซึ่งมีด้วยกัน 5 วง ได้แก่

1.spirit of Nangrong โรงเรียนนางรอง จังหวัด บุรีรัมย์

2.โรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ

3.โรงเรียนวัดนวลนรดิษฐ์ กรุงเทพฯ

4.โรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา

5.โรงเรียนคําม่วงจรัสวิทย์ กาฬสินธุ์

วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553

30 มุมสวยสวย



โดยทั่วไปคนเราทุกคนฝันอยากมีบ้านของตัวเองกัน ทั้งนั้น เมื่อทำงานเก็บหอมรอมริบมาจนถึงวันหนึ่ง มีกำลังพอจะซื้อบ้านได้ก็จะพยายามตกแต่งให้บ้านสวยงามน่าอยู่ยิ่งขึ้นนอก เหนือจากการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกของตัวบ้าน
นอกเหนือจากการตกแต่ง ทั้งภายในและภายนอกของตัวบ้านแล้วการจัดสวนก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วย เสริมความโดดเด่นสวยงามของบ้านและสร้างความน่าอยู่ให้กับบ้านได้อีกด้วย แต่การจัดสวนจะต้องใช้ความสามารถทางด้านศาสตร์ และศิลป์ประกอบกันคนส่วนใหญ่จึงมักจ้างเขาทำมากกว่าจะทำเองซึ่งต้องเสียงบ ประมาณสูงไม่น้อยความจริงแล้วหากเรามีต้นไม้อยู่บ้างส่วนหนึ่งและอยากจะลอง จัดสวนสวยด้วยตัวเองก็ไม่ยากเกินความสามารถหรอกนะครับ
เพียงแต่ต้องทำ ความเข้าใจในองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ควรมี เช่น ตำแหน่งของหินก้อน รูปปั้น และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ การวางสัดส่วนของต้นไม้ให้เหมาะกับพื้นที่ จัดรูปแบบให้สวยงามตามที่ตนเองชอบก็ได้แล้ว
ซึ่งวันนี้ผมก็มีภาพสวยๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ในการจัดสวนมาฝากครับ

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

เพลง ลิงทะโมน




มีคนเล่าให้ฟังว่า... สมัยก่อน...คุณพงษ์เทพ
กระโดนชำนาญ...ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต..
แกอยู่ในป่า...กับเพื่อน 5 - 6
คน...ทุกวันก็จะเปลี่ยนเวรกัน...ล่าสัตว์ป่า...มาทำอาหาร...

วันหนึ่ง...เป็นเวรของคุณพงษ์เทพ
แกก็คว้าปืนยาว...สะพายบ่า...เดินเข้าป่าไป...
อาหารโปรดของคุณพงษ์เทพ...คือแกงเนื้อลิง...

พอเดินเข้าป่าไปได้สักพัก.

เห็นลิงตัวหนึ่ง...นั่งอยู่บนต้นไม้...หันหลังให้..
แกก็รีบยกปืนประทับบ่า...ยิงเปรี้ยง...ไปที่ตัวลิง..

เหตุการณ์แปลกประหลาดได้เกิดขึ้น...ปกติ...ลิงพอถูกยิง..จะหล่นตุ๊บ...จาก
ต้นไม้ทันที...

แต่ลิงตัวนี้...นั่งจับกิ่งไม้เฉย...ไม่หล่นลงมา...จะว่ายิงไม่ถูก...ก็ไม่
น่าเป็นไปได้...
เพราะคุณพงษ์เทพ...แกยิงปืนแม่น...ระยะแค่นี้
เป้าใหญ่ขนาดนี้...ไม่พลาดแน่นอน...
ในขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น...ลิงตัวที่ถูกยิง...ร้อง
โหยหวน...เสียงดังมาก... ฝูงลิงที่แยกย้ายกันออกหากินอยู่บริเวณใกล้
ๆ...
วิ่งแห่กันเข้ามาหาลิงตัวที่ถูกยิง... แล้วร้องโหยหวน...เหมือนกัน
หมด...

แกตกใจ...ยืนตกตะลึง...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

สักครู่...ลิงตัวที่ถูกยิง... โยนวัตถุเล็ก
ๆ...สีดำ ๆ..ชิ้นหนึ่ง...ให้กับลิงตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด...
แล้วก็หล่นตุ๊บ...ลงมาจากต้นไม้...คุณพงษ์เทพ...รีบวิ่งไปดู...
ลิงถูกยิงเข้าที่หลัง...
ทะลุหน้าอก...เลือดแดงฉาน..เต็มตัว...
คุณพงษ์เทพเห็นแล้ว...ต้องเบือนหน้าหนี...
ลิงที่ตกลงมา...เป็นลิงแม่ลูกอ่อน...ขณะที่ถูกยิง...เธอกำลังให้นม ลูก...

ลูกตัวน้อย...กำลังดูดนมอย่างมีความสุข...ทันทีที่ถูกยิง..
ถ้าเป็นลิงตัวอื่น...
จะหล่นตุ๊บ...ลงจากต้นไม้..

แม่ลิงตัวนี้...ยังหล่นไม่ได้...ยังตายไม่ได้..

เพราะเธอยังมีภารกิจใหญ่หลวงที่ต้องทำ...คือ...รักษาชีวิตลูกน้อย...ให้พ้น
อันตราย...
เธอกัดฟัน...โหนกิ่งไม้ไว้...แม้จะเจ็บปวดแทบขาดใจ...มองดูเลือดที่ไหลหยดเป็นทาง
ด้วยความตกใจ...พยายามรวบรวมพละกำลังที่ยังพอมีเหลือทั้งหมด...
ตะโกนสุดเสียง...ร้องเรียก...ฝูงลิงเข้ามาใกล้ๆ..
แล้วก็ฝากฝัง...ให้เลี้ยงลูกน้อยแทนเธอ

หลังจากโยนลูกให้จ่าฝูงแล้ว...มองดูลูก...ถูกพาไปจนลับสายตาแล้ว..
แน่ใจว่า...ลูกปลอดภัยแล้ว...จึงหลับตา...แล้วหล่นลงมา...ตาย..

คุณพงษ์เทพ...ก้มมองหน้าลิง..แล้วร้องไห้...เพราะที่เบ้าตาลิง...มี
หยดน้ำตาใส ๆ.
กำลังไหลริน...คุณพงษ์เทพ..รีบเดินกลับที่พัก...เอาปืนไปเผาทิ้ง...
ไม่ยอมออกล่าสัตว์อีกเลย...ตลอดชีวิต..

และภาพความรักที่ยิ่งใหญ่..ของแม่ลิง...ที่มีต่อลูกน้อย...
เป็นแรงบันดาลใจ.
ให้พงษ์เทพ...แต่งเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่ง...
ชื่อว่า... ' ลิงทะโมน... '
เพื่อยกย่อง...เชิดชู...คุณค่าของความรัก...ที่แม่...มีต่อลูก