
ศิลปะ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน
เป็นเรื่องของรสนิยม
เป็นเรื่องของประสบการณ์
เป็นเรื่องที่เราต้องค้นหาให้เจอว่าเราชอบศิลปะแบบไหน
เมื่อก่อนอยากดูงานศิลป์ ต้องไปดูตามห้องแสดงผลงาน
อยากดูรูปถ่ายสวยๆ ต้องไปล้าง อัด แล้วก็ติดผนังหรือใส่เล่มไว้
อยากฟังเพลงเพราะๆ ก็ต้องมีเครื่องเสียงสักชุด
เดินไปซื้อเทปสักม้วน แผ่นเสียง หรือใหม่หน่อยก็ซีดี
หยิบมาแกะห่อ แล้วก็ยัดลงไปในเครื่อง
นั่งฟังสบายๆเอาปกมานั่งอ่านไปด้วย
ถ้าอยากดูหนังล่ะ ก็นั่งรถเมล์ไปโรงหนัง
แล้วก็เดินไปซื้อตั๋วหนัง เรื่องที่อยากดู
เดินเข้าโรงหนังมีข้าวโพดคั่วหน้าโรงหนัง
นี่เป็นเพียงตัวอย่างศิลปะที่ผมสัมผัสมาตั้งแต่เด็ก
ผมสังเกตุว่าเดี๋ยวนี้ศิลปะทุกอย่างมันถูกย้ายมาอยู่บนจอเล็กๆ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถ่ายรูป เรานั่งดูรูปดิจิตอล
แล้วก็ชื่นชมรูปเล็กๆบนจอคอมพิวเตอร์ว่าสวยงาม
เราอยากฟังเพลงไหนเราก็โหลดๆๆๆๆ
แล้วเราก็นั่งฟังจากลำโพงอันเท่าเหรียญบาท
อยากดูหนังเราก็โหลดๆๆๆๆ
แล้วก็มานั่งดูที่จอคอมพิวเตอร์กับลำโพงตัวเดิม
โดยที่เราไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลย
มีทุกอย่างที่เราต้องการที่หน้าจอแบนๆนี้
ล้างอัดรูปก็ไม่ต้อง เพลงก็ไม่ต้องซื้อ หนังก็ไม่ต้องจ่าย
แต่เงินเราไม่พอใช้ทั้งที่ก็มีเงินมากกว่าแต่ก่อน
ทุกวันนี้ ผมยังเดินไปดูหนังที่โรงหนังกับเรื่องที่ชอบ
ผมยังซื้อแผ่นซีดีแจ๊สฟัง ผมอัดรูปที่ผมชอบไว้ในห้อง
ไม่รู้ว่างานศิลปะของเราจะเป็นยังไง
แต่ผมก็ยังอยากให้มันกว้างกว่าหน้าจอเล็กๆนี้
มันยังมีอีกหลายมิติที่ให้เราค้นหาครับ...
จากใจ..ดีเจปืน..